💡5 เทคนิค ดูแลพนักงาน ก่อนที่ความสุขในการทำงานจะลดลง💡

✔️ มีทีมบริหารไม่มีประสิทธิภาพ จากผลสำรวจฯ พบว่า การบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นตัวบั่นทอนความสุขในการทำงานอันดับแรกเลย เนื่องจากหัวใจของการบริหารองค์กรให้เติบโตต่อเนื่อง เกิดจากกลยุทธ์การบริหารและนโยบายต่าง ๆ ของผู้บริหาร ✔️ โอกาสที่จะติบโตในสายงาน ในการทำงานพนักงานทุกคนย่อมต้องการความมั่นคงและการเติบโตจากตำแหน่งและหน้าที่การงาน ดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานว่าบริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตโดดเด่นเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจเดียวกัน ✔️ โอกาสในการที่จะฝึกอบรมและพัฒนาตนเอง พนักงานแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน บริษัทที่ต้องการพนักงานที่มีคุณภาพมาช่วยพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้า จำเป็นต้องสนับสนุนการเรียนรู้และการศึกษาเพิ่มเติมให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานนำความรู้มาใช้ในงานต่าง ๆ ✔️ ผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้างานที่ไม่มีประสิทธิภาพ หัวหน้างานที่ดีจะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงานและการบริหารงานแล้ว ยังจำเป็นต้องมีคุณสมบัติพิเศษในการบริหารคน เปิดใจรับฟัง ยุติธรรม เป็นผู้นำที่ดี ให้การสนับสนุน และช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มใจเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข ✔️ วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ย่อมนำพาการสร้างสรรค์งานที่ดีให้กับองค์กร 😊😊

❌5 สาเหตุ Toxic จากหัวหน้า ที่จะทำให้พนักงานพากันลาออก❌

มาดูกันว่าสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้องอย่างเราจิตใจบั่นทอน จนต้องถอนใจยอมลาออก มีอะไรบ้าง 1️⃣ หัวหน้าที่มองข้ามความสามารถของลูกน้อง การอยู่ในที่ทำงานที่ถูกหัวหน้ามองข้ามความสามารถ นั่นยิ่งทำให้คนทำงานหมดใจ และหมดไฟจะสู้ต่อ หรือการทำงานที่เหมือนถูกจับผิด จับตาดูอยู่ตลอด คงไม่มีใครทำงานได้อย่างสบายใจ นอกจากจะเต็มไปด้วยความอึดอัดใจแล้ว ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลงไปด้วย 2️⃣ การเมืองภายในองค์กร การเลือกที่รักมักที่ชัง เด็กดัน เด็กเส้น คนไหนสนิทกับหัวหน้า (ผู้มีอำนาจสูงสุด) ก็ลอยตัว ไม่ต้องทำงานดีก็ได้รับการผลักดันและความเอ็นดูเป็นพิเศษแต่หากเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มลูกรักเหล่านั่น มื่อลองทำทุกอย่างเท่าที่คนตัวเล็กตัวน้อยทำได้แล้ว สุดท้ายแล้วคำตอบอาจจะต้องแก้ที่เรา 3️⃣ ไม่มีการให้เกียรติคนทำงาน หากหัวหน้าคุณคือคนที่เสนอตัวรับความดีความชอบไปคนเดียวทั้งหมด ไม่ให้เครดิตใครในทีม เลือกที่จะข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น ๆ ถือเป็นการกระทำที่บั่นทอนหัวใจคนทำงานอย่างมาก 4️⃣ ได้รับความกดดันจนทนไม่ไหว ในการทำงานที่บางช่วงต้องเผชิญกับความกดดันบ้าง แต่นั่นก็ต้องก็เป็นสิ่งที่คนเป็นหัวหน้าต้อง balance ให้ดี ในทางกลับกันหากหัวหน้างานมุ่งเน้นแต่ความกดดัน เพราะเชื่อว่ายิ่ง“กดดัน” ยิ่งทำให้คนเติบโตได้เร็ว แต่สำหรับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งกดดันมาก ยิ่งผลักความเครียดเข้าหาพวกเขามาก ๆ ยิ่งทำให้หมดใจและเข้าสู่สภาวะท้อใจจนลาออก 5️⃣ จุกจิกและจริงจังจนอึดอัดใจ ปิดท้ายด้วยข้อที่ว่าด้วยเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จนคนเป็นหัวหน้าหลายคนมองข้าม การที่เราจุกจิกใส่ใจเรื่องต่าง ๆ มากเกินไป […]

แนะนำ 7 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับกระบวนการจัดการความรู้

1.การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย โดยจะคัดเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรโดยอาจจะพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร2.การสร้างและแสวงหาความรู้ ซึ่งสามารถทำได้หลายทาง เช่น การสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว3.การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการวางโครงสร้างความรู้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบ4.การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น การปรับปรุงรูปแบบของเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน และปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์และเหมาะสม5.การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทำได้หลายวิธีได้แก่ การจัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ หรือจัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น7.การเรียนรู้ ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่น การเรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนำความรู้ไปใช้ให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ

🎈หลักการง่าย ๆ 8 ข้อกับการบริหารงานอย่างมีคุณภาพ🎈

👉 องค์กรที่มุ่งเน้นลูกค้า (Customer-Focused Organization) เป็นหลักการที่ใช้การจับจุดให้ได้ว่า อะไรคือ Customer Needs & Expectation และสามารถตอบสนองในจุดที่ลูกค้าต้องการให้ดีที่สุด ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการให้ได้มากที่สุด 👉 ภาวะผู้นำ (Leadership) ความสามารถของผู้นำที่สามารถชักนำ โน้มน้าวให้คนคล้อยตามได้ มีเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถนำคนให้ปฏิบัติกิจกรรมใดๆ ให้ลุล่วงเป้าหมายนั้นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 👉 การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Involvement of People) เพราะคนที่จะเป็นผู้ลงมือทำระบบนั้นก็คือตัวพนักงานเอง และต้องใช้ความร่วมมือกันอย่างแข็งขันทั่วทั้งองค์กร 👉 วิถีเชิงกระบวนการ (Process Approach) หมายถึง ให้มองงาน / กระบวนการ / กิจกรรมต่างๆ ให้มองเป็นรูปแบบของกระบวนการที่แต่ละ Process จะมีทั้งปัจจัยเข้า และปัจจัยออก 👉 วิถีเชิงระบบในการจัดการ (System Approach to Management) หลังจากที่เราได้ Process ในการทำงานแล้วให้เรานำ Process มาเรียงกันก็จะได้เป็นระบบ (System) จากนั้นจะเป็นไปตามลำดับแลการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) […]

💡ส่อง คุณสมบัติของหัวหน้างานที่ประสบความสำเร็จกัน ว่ามีอะไรบ้าง💡

✔ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน เมื่อพวกเขาได้แสดงความสามารถที่ทำให้คุณพึงพอใจแล้ว จงบอกพวกเขา และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณเอาใจใส่ เชื่อใจ และมองเห็นสิ่งที่ดีในตัวพวกเขา ✔ สื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นประจำในทุก ๆ ช่องทาง ทั้งแบบตัวต่อตัว ทั้งผ่านเอกสาร และการเขียนอีเมล รวมถึงการฟัง และให้คำแนะนำติชมพวกเขา ✔ สร้างทีมให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้สมาชิกในทีมได้มีพัฒนาการในการทำงาน ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ และความคิดสร้างสรรค์ และได้ผลิตผลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น ✔ รู้จักวิธีการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้พวกเขามีแรงจูงใจในการอุทิศตนให้กับการทำงาน เพื่อเป้าหมายคือความสำเร็จขององค์กร ✔ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง และสร้างทัศนคติให้ลูกน้องได้ตระหนักถึงความสำคัญในการทำตามแบบอย่างของคุณ ✔ ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านต่างๆ ผ่านการเรียนรู้จากการทำงานในทุก ๆ วัน ให้ได้มากที่สุด😊😊

🔎 ส่อง พฤติกรรมของผู้นำแต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้าง 🔎<br>ตัวอย่างของผู้นำบางประเภท ลองมาดูว่าคุณเป็นผู้นำแบบไหน

🌈 ผู้นำแบบบุรุษเหล็ก / สตรีเหล็ก (Strongman)เป็นผู้นำที่ใช้แต่คำสั่งคำหรือแนะนำเป็นเครื่องมือทำให้เกิดอิทธิพลต่อผู้ตาม ผู้นำแบบนี้ใช้อำนาจที่มากับตำแหน่งด้วยวิธีข่มขู่ให้ลูกน้องเกรงขาม และนิยมที่จะใช้คำสั่งที่ลงไปข้างล่างให้ลูกน้องหรือคนอื่นจำต้องยินยอมปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 🌈 ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactor)เป็นผู้นำที่ใช้รางวัล (rewards) เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกับการปฏิบัติตาม ของผู้ตามรางวัลหรือผลประโยชน์แลกเปลี่ยนจึงเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ตามให้ยินยอมปฏิบัติตาม 🌈 ผู้นำแบบนักวิสัยทัศน์ (Visionary hero)เป็นผู้นำที่ใช้บุคลิกภาพและความสามารถพิเศษ (charisma) ของตัวเองเป็นเครื่องมือ ทำให้เกิดอิทธิพลกระตุ้นเกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ตามให้อยากทำตามอย่าง ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาต่อตัวผู้นำ 🌈 ผู้นำแบบชั้นยอด (Super Leader) เป็นผู้นำที่มุ่งพัฒนาผู้ตาม เพื่อให้สามารถนำตนเองได้ จนในที่สุดผู้ตามก็แปรสภาพไปเป็นผู้นำโดยอัตโนมัติ เป็นผู้ที่ยึดเอาจุดแข็งของผู้ตามเป็นสำคัญ เป็นผู้นำที่เข้าใจนำคนอื่นให้เขารู้จักนำตัวเอง 😊😊

🚩แนะนำ เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับหัวหน้างานกัน 🚩

👉 การจดบันทึกการทำงานในรอบสัปดาห์ จะช่วยให้เห็นภาพรวมและช่วยในการจัดการกับงานต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เพราะจะเห็นว่าคุณใช้เวลาไปกับอะไรมากน้อยแค่ไหน 👉 ในทุกๆ กิจกรรมที่ทำควรมีการกำหนดเวลาเสมอ เพราะงานที่ทำอยู่ไม่เสร็จเสียทีประเมินว่างานนั้นเริ่มเมื่อไร จบเมื่อไร และพยายามทำให้ได้ตามที่วางแผนเอาไว้ 👉 วางแผนการทำงาน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาทำงานที่มีทั้งหมด ควรให้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด 👉 ควรจัดสรรเวลาสำหรับการถูกขัดจังหวะ เช่น การให้ลูกน้องเข้าพบเพื่อตามงาน หรือขอคำปรึกษาต่าง ๆ ในกรณีที่ไม่เร่งด่วน ก็ให้ลูกน้องเข้าพบได้ตามเวลาที่คุณกำหนด 👉 ควรจัดสรรเวลาสำหรับการเคลียร์งานของตนเอง เมื่อกำหนดเวลาในการเข้าพบได้ คุณก็จะมีช่วงเวลาสำหรับจัดการงานของตัวเองให้เสร็จด้วยเช่นกัน 👉 ควรปิดช่องทางการสื่อสารที่ไม่จำเป็น เช่น ปิดแชท ปิดสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ยังไม่ต้องรีบตอบอีเมลที่ไม่เร่งด่วน ไม่รับสายที่ไม่เร่งด่วน เพื่อจดจ่ออยู่กับงานในช่วงเวลาที่คุณต้องเร่งงานให้เสร็จ 👉 ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของวันคือก่อนเริ่มงาน คุณควรใช้เวลา 30 นาทีแรกของการทำงานในแต่ละวันเพื่อวางแผนการทำงานในวันนั้น ๆ ไม่ควรเริ่มงานโดยที่ไม่ได้วางแผนเด็ดขาด 👉 ให้คิดก่อนลงมือทำงานใด ๆ ก็ตามว่า อยากให้งานชิ้นนั่นออกมาเป็นอย่างไร และเมื่อทำเสร็จแล้วให้ประเมินว่าตรงตามที่ได้คิดเอาไว้หรือไม่ 😊😊

💡แนะนำ สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน (Work-life balance)💡

🌈 จงยอมรับว่าไม่มีอะไรที่เพอร์เฟคตลอด ยิ่งเราโตขึ้น เราก็ต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น และการทำเรื่องต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบ มันก็ยากขึ้นมากด้วย คุณควรจะตั้งเป้าหมายงานของคุณไว้ที่ “ดีมาก” แต่ไม่ต้องถึงกับ “ยอดเยี่ยม” หรืออย่าคาดหวังมากจนเกินไป 🌈 หยุดใช้เทคโนโลยีบ้าง คุณควรมีเวลาที่คุณควรจะปิดมือถือและดื่มด่ำกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพราะการแจ้งเตือนจากมือถือนั้นจะรบกวนเวลาพักผ่อน และทำให้ร่างกายของคุณเครียดแบบไม่รู้ตัว 🌈 ออกกำลังกายและทำสมาธิบ้าง แม้เราจะยุ่งแค่ไหน เราก็ยังสามารถหาเวลากินข้าว เวลาไปเข้าห้องน้ำ เวลานอนได้ ฉะนั่น เราก็ควรหาเวลาออกกำลังกายให้ได้เช่นกัน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเราสร้างฮอร์โมน Endorphine ซึ่งมีคุณสมบัติต้านความเครียด ทำให้เราเครียดน้อยลงและอารมณ์ดีมากขึ้น 🌈 จำกัดกิจกรรมและผู้คนที่ทำให้เสียเวลา ต์ออกมาว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคุณ และมั่นใจว่ามันเป็นความต้องการของคุณจริงๆ ไม่ใช่อะไรที่คุณคิดว่าคุณควรจะทำ จากนั้น วาดขอบเขตให้ชัดเจน เพื่อที่คุณจะสามารถเลือกเอาเวลาดีๆ ไปให้ผู้คนหรือกิจกรรมที่สำคัญมากๆ 🌈 ปรับเปลี่ยนขั้นตอนในการใช้ชีวิต บางครั้งเราก็ทำอะไรจนติดเป็นนิสัย แล้วเราก็มักจะบอกตัวเองว่า มันเป็นนิสัยแย่ๆ ที่แก้ไม่ได้หรอก แต่จริงๆแล้วเราแค่ขี้เกียจปรับปรุงตัวคิดดูดีๆ ว่าคุณจะทำนิสัยแย่ๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆเหรอ? 🌈 เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ถ้าเราตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่จนเกินไป มันอาจจะทำให้เราท้อได้ แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่าจะลดข้าวเย็น โดยเริ่มจากค่อยๆกืนข้าวให้น้อยลงหรือลดปริมาณแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปกินนม หรือผลไม้แทน😊😊

✨️ แนะนำ 5 วิธีปรับโครงสร้างองค์กรที่มีแต่คนรุ่นเก่า✨️

1️⃣พูดคุยถึงปัญหาขององค์กรอย่างเปิดใจ สิ่งจำเป็นที่สุดของการเริ่มต้นแก้ไขไม่ว่าอะไรก็ตาม คือการชี้ให้เห็นว่าปัญหาคืออะไร ทำไมคุณต้องทำสิ่ง ๆ นี้ จุดมุ่งหมายของการเปลี่ยนคืออะไร แล้วหากปล่อยไว้ไม่แก้ไข ปลายทางองค์กรจะเจอกับอะไร การอธิบายอย่างมีเหตุผลจะช่วยให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบรื่นขึ้น 2️⃣จัดคอร์สอบรมทักษะและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เมื่อทราบถึงปัญหาแล้วต่อไปก็เข้าสู่ขั้นตอนการแก้ไข คือพาคนรุ่นเก่าที่มองว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นเรื่องห่างไกลให้ใกล้ชิดกว่าเดิม เริ่มด้วยการจัดคอร์สอบรมหรือเทรนนิงขึ้นในบริษัท รวมถึงฝึกฝนสกิลต่าง ๆ ทั้ง Hard และ Soft Skill ที่จำเป็นกับการทำงานในยุคนี้ 3️⃣แลกเปลี่ยนวิธีการทำงานกันภายในทีม อาจจะจัดเป็น Session การพูดคุยระหว่างคนในทีม ตั้งแต่ระดับเด็กใหม่ไปจนถึงระดับหัวหน้า แลกเปลี่ยนถึงวิธีการทำงานของกันและกัน แต่คนมีทริคอะไร ใช้วิธีไหน หรือมีโปรแกรมทำงานอะไรน่าสนใจ เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำงานร่วมกัน 4️⃣ควรประเมินการทำงานคนรุ่นเก่าอย่างตรงไปตรงมา เรียกได้ว่าเป็นการสะท้อนการทำงานตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาของคุณว่าภาพรวมเป็นอย่างไร มีอะไรที่พัฒนาขึ้นหรือส่วนไหนยังต้องปรับปรุง 5️⃣วัดผลการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นประสิทธิภาพของงานเป็นที่ตั้ง ทั้งฟีดแบคจากลูกค้า ตัวเลขต่าง ๆ ผลกำไร ขาดทุน ยอดขาย ถ้าคุณเป็นคนรุ่นเก่าที่ยังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม คุณภาพงานยังตรงกับที่บริษัทตั้งเป้าไว้ ก็ไม่ต้องกังวลเลย 😊😊

💭 หลักการ Brainstorming รวบรวมไอเดีย และความคิดจากการระดมสมอง 💭

Brainstorming คือการระดมสมอง เป็นกระบวนการรวบรวมความคิดและไอเดียร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อหาทางออกหรือวิธีการแก้ปัญหาร่วมกันโดยมีขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้ 1️⃣ กำหนดหัวข้อในการระดมสมองให้ชัดเจน ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าที่เรามาคุยกันวันนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร เพื่อแก้ปัญหา เพื่อปรับปรุงพัฒนา หรือเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ควรเป็นหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้แนวทางในการพูดคุยมีทิศทางที่ชัดเจน ตรงประเด็น 2️⃣ ตั้งผู้ดำเนินการ หรือผู้อำนวยความสะดวก(Facilitator)ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนที่เป็นกลาง คอยอำนวยความสะดวกให้ทุกคนในทีมแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างอิสระและเท่าเทียมกัน คอยสังเกตไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นนานเกินไป รวมไปถึงต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหากเกิดข้อขัดแย้งกัน เป็นคนคอยคลี่คลายบรรยากาศตึงเครียดต่าง ๆ 3️⃣ กำหนดเวลาในการระดมสมอง วรมีระยะเวลาประมาณ 30 นาที – 1.5 ชั่วโมง ไม่ควรสั้นหรือยืดเยื้อนานเกินไป เพราะการประชุมที่ใช้เวลานานเกินไปอาจส่งผลให้สมองเริ่มล้า ไอเดียตีบตัน หลุดประเด็น 4️⃣ ออกไอเดียให้เยอะเข้าไว้ ยิ่งออกไอเดียเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมหาความเป็นไปได้ที่เหมาะสมที่สุดเจอมากขึ้นเท่านั้น 5️⃣ ต่อยอดไอเดียของกันละกัน นอกจากการพูดแชร์ไอเดีย อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในการระดมสมอง คือ “การรับฟัง” และ “การต่อยอดไอเดียของกันและกัน” ในการแชร์ไอเดียแต่ละครั้งควรพูดทีละคน คุยทีละเรื่อง เพื่อป้องกันความสับสนและไม่ให้ไอเดียดี ๆ หล่นหายไป 6️⃣ อย่าลืมจดบันทึกทุกไอเดีย ทุกไอเดียมีค่าเสมอ ไม่ควรมองข้ามแม้จะเป็นไอเดียที่ธรรมดาหรือแปลกแวกแนวแค่ไหนก็ตาม […]