🚩 HR ยุคใหม่ที่องค์กรต้องการเป็นแบบไหน มาดูกัน 🚩

👉 สามารถทำงานได้แบบ Multi-Tasks คนที่ทำงานได้มากกว่า 1 อย่าง ย่อมได้เปรียบมากกว่าคนที่ทำงานได้เพียงอย่างเดียว และการที่ HR หนึ่งคนสามารถทำงานได้หลาย ๆ อย่าง ย่อมทำให้เป็นที่ต้องการขององค์กรมากขึ้น👉 ปรับการทำงานให้ทันสมัยอยู่เสมอ HR ต้องเป็นคนที่ทำงานเก่ง รับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้าน ไม่ว่าข่าวนั้นจะเกี่ยวข้องกับงานหรือไม่ การที่เรารู้เยอะกว่าคนอื่นย่อมได้เปรียบ เพราะเราสามารถนำมาปรับใช้กับงานของเราได้👉 นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการทำงาน การสรรหา Candidate ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเดิม ๆ อีกต่อไป เราสามารถใช้เครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาปรับใช้กับการทำงานได้ เช่น เราสามารถตามหาผู้สมัครงานได้จากทาง Linkedin Facebook Twitter หรือตาม Blog ของสายงานนั้น ๆ ได้👉 สามารถคิดวิเคราะห์ได้รอบด้าน นอกเหนือจากความสามารถในการทำงานแล้ว ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก็เป็นส่ิงสำคัญ การที่องค์กรมีคนทำงานหลากหลายช่วงวัย ย่อมมีความแตกต่างทางแนวคิดสูง👉 แก้ปัญหาได้อย่างมีทักษะ ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้ง HR ก็ต้องประสบกับปัญหาในการจัดหาบุคลากร หรืออยู่ในช่วงขาดแคลน Candidate ในฐานะ HR แล้วเราต้องหาทางออกให้กับปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ👉 สร้างแวดล้อมที่ดีในการทำงาน HR […]

🎯 เทคนิคครองใจพนักงาน สร้างสมดุลชีวิต ไม่เห็นพนักงานเป็นหุ่นยนต์ 🎯

✔️ เป็นต้นแบบที่ดีในการจัดสมดุลชีวิตและงาน จัดสมดุลชีวิตและงานของคุณให้ดี ทำให้พนักงานรู้ว่าคุณคาดหวังให้พวกเขาทำแบบนั้นเช่นกัน✔️ ฝึกให้ผู้จัดการ หัวหน้างานรู้จักการสังเกตพนักงาน หากเห็นสัญญาณของการขาดสมดุลในชีวิตและงาน ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวที่กระทบกับงาน หรือทำงานมากเกินไปจนกระทบกับชีวิตส่วนตัว ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือทันที✔️ กระตุ้นให้ผู้จัดการ หัวหน้างานกำหนดลำดับความสำคัญของงานอย่างชัดเจน เพราะหากไม่ชัดเจน พนักงานจะคิดว่าต้องโหมทำทุกอย่างให้เสร็จพร้อมกันหมด แทนที่เขาจะได้เลิกงานกลับไปหาครอบครัว เขาอาจต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาโดยไม่จำเป็น✔️ จัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดสรรเวลา การบริหารปริมาณงานในมือ กับเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวอย่างสมดุล ทำอย่างไรจะกำจัดนิสัยไม่ดีที่ทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพออกไปได้✔️ ปรับเวลาทำงานให้ยืดหยุ่น กำหนดเวลาเข้างาน และเลิกงานได้หลายเวลา สำหรับพนักงานที่บ้านไกลเดินทางลำบาก สามารถเลือกเวลาที่เหมาะสมกับตนได้และต้องยึดตามที่เลือกตลอดไป ห้ามเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อที่จะได้สะดวกสำหรับ HR ในการตรวจสอบเวลาทำงานของพนักงานด้วย✔️ อนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ในกรณีที่จำเป็น หากพนักงานต้องหยุดงานเพื่อดูแลคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย การอนุญาตให้เขาทำงานจากที่บ้านได้จะช่วยลดความกังวลเรื่องครอบครัว✔️ กระตุ้นให้มีการใช้วันลาพักร้อน และวันลาป่วย ทุกองค์กรล้วนกำหนดโควต้าวันลาในแต่ละปีไว้ว่าแต่ละคนมีวันลากี่วัน สำหรับอะไรบ้าง หากไม่ใช้สิทธิ์ก็จะเสียสิทธิ์นั้นไป หากเริ่มเห็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าในการทำงาน ควรกระตุ้นให้พนักงานใช้วันหยุดที่มีเพื่อพักผ่อนเสียบ้าง 😊😊

✌️ 5 วิธีแก้อาการ Burnout Syndrome ภาวะสุดฮิตของคนวัยทำงาน ✌️

✔️พักผ่อน กลับมาดูแลร่างกายให้ดี เริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามเลี่ยงสิ่งเสพติด ไม่ว่าจะเป็น เหล้า บุหรี่ หรือว่ากาแฟ อาจจะลองลาพักผ่อนเป็นช่วยสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของคุณได้รีเฟรช✔️ จัดระเบียบชีวิตให้มีคุณภาพ ลองจัดลำดับความสำคัญของงานและเวลาในการใช้ชีวิตและทำงานของคุณใหม่ เลือกโฟกัสงานตามความสำคัญ จัดตารางเวลาในชีวิตประจำวันให้ชัดเจน✔️ ลดการใช้มือถือ แท็ปเลต และหาทางผ่อนคลายด้วยวิธีอื่น ลดการเล่นมือถือและใช้โซเชียลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ค หรือ อินสตาแกรม ออนไลน์ให้น้อยลง และลองหาวิธีผ่อนคลายทางอื่น เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้✔️ ปรับทัศนคติในการทำงาน เรียนรู้ความสามารถของตัวเอง สังเกตและกลับมาทบทวนว่าคุณมีความสามารถในการทำงานอย่างไร ทำอะไรได้ดี อะไรที่ต้องพัฒนา งานแบบไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบ ลองกลับมาทำความเข้าใจตัวเองอีกครั้ง✔️ ปรึกษาคนอื่น ถ้าคุณยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของภาวะ Burnout อาจจะลองคุยกับเพื่อนหรือคนรอบข้างดูก่อนก็ได้ ลองเลือกคนที่มองโลกในแง่ดี มีทัศนะคติที่ดีในการใช้ชีวิต มองเห็นคุณค่าในตัวผู้อื่น และคุณพร้อมจะเปิดใจคุยกับเค้า 😊😊

🏆 7 สวัสดิการมาแรงในยุค 2022 เอาใจคนรุ่นใหม่ 🏆

✔️ ระบบการทำงานแบบยืดหยุ่น นช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เทรนด์การทำงานแบบ Hybrid ลดวันเข้าออฟฟิศ หรือสลับวัน Work from home เป็นอะไรมาที่มาแรงแบบทะลุเพดาน ✔️ สวัสดิการด้านสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตต่าง ๆ เป็นสิ่งที่องค์กรควรมีให้พนักงานเป็นสวัสดิการพื้นฐาน ✔️ สวัสดิการที่ส่งเสริมงานอดิเรก นอกเหนือจากในแง่การทำงานแล้ว การสนับสนุนความสุขของพนักงานในด้านอื่น ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าใจของคนทำงานเป็นสุข ได้รับการเติมเต็มที่ดี ย่อมส่งผลถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ✔️ สวัสดิการด้านวันลาที่ยืดหยุ่น ข้าใจว่าตามกฎหมายแรงงานให้วันหยุดพักผ่อนประจำปี ขั้นต่ำอยู่ที่ปีละ 6 วัน แต่ในความเป็นจริงของปุถุชนทั่วไป เราไม่ได้สวมหมวกเป็นแค่พนักงานออฟฟิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรายังเป็นลูก เป็นภรรยา เป็นพ่อ เป็นแฟน เป็นโลกทั้งใบของสัตว์เลี้ยง ยังมีอีกหลายสิ่งที่คนทำงานต้องแบกภาระไว้บ่นบ่า วันลาพื้นฐานดังกล่าวอาจไม่เพียงพอ ✔️ สวัสดิการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต ด้วยสภาวะหลายอย่างในปัจจุบัน ซึ่งบีบคั้นให้คนต้องประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่มีปัญหาทางจิตใจมากขึ้น “โรคซึมเศร้า” เป็นหนึ่งในโรคที่พบมากในวัยทำงาน ✔️ สวัสดิการที่ตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ ข้อนี้เป็นสวัสดิการที่เน้นเรื่องไลฟ์สไตล์ […]

พนักงาน 12 แบบ ที่องค์กรต้องร้องยี้

1.ทำงานไปวันๆ ไม่สนโลก คือ ประเภทที่ทำงานแบบขอไปที ตื่นมาทำงานแล้วก็นับเวลารอเลิกงาน แต่ในระหว่างวันแทบไม่ใส่ใจในเนื้องาน หรือสนใจที่จะพัฒนาตนเองเลย2.วิจารณ์เก่ง บุคคลประเภทนี้มักมองทุกอย่างในแง่ลบอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของงานหรือแม้กระทั่งเรื่องราวทั่วไปของบริษัท3.คนที่ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง คนประเภทนี้มักไม่อยากก้าวออกจากกรอบ แม้บริษัทจะหยิบยื่นข้อเสนออันโอชะให้ โดยคนพวกนี้มักปฏิเสธว่าตนเองไม่พร้อม ยังไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ4.ป่วยทิพย์ ตามกฎหมายที่ระบุไว้ให้จำนวน 30 วันต่อปี แต่พนักงานบางคนก็ใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการมาเล่นแง่กับบริษัทในการใช้วันลาป่วย แต่แท้จริงแล้วคือการป่วยทิพย์5.สายเสมอ พนักงานประเภทนี้มักมีนาฬิกาไว้เป็นแค่เครื่องประดับ แต่แทบไม่ได้สนใจเวลาที่อยู่บนข้อมือเลย6.นินทาคนอื่นเป็นกิจวัตร เรื่องราวของการนินทาแม้จะมีอยู่ในทุกสังคม โดยเฉพาะในสังคมมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้7.สร้างกลิ่นทำลายบรรยากาศ สุขอนามัยถือเป็นเรื่องสำคัญในการใช้ชีวิตกับคนหมู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นตด8.คุยโทรศัพท์ส่วนตัวในเวลางาน การคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัวในเวลางาน อาจจะไม่เรื่องที่ผิดอะไรนัก แต่บางคนดันเอาเวลางานไปโทรศัพท์คุยเล่นกับเพื่อนในเรื่องที่ไม่จำเป็นบ้างหรือหายตัวไปจากโต๊ะทำงาน เพื่อคุยโทรศัพท์นานๆ9.รับบทแม่ค้า เปิดตลาดขายของ การนำสินค้ามาให้ขายให้แก่เพื่อนๆ ในออฟฟิศ ก็อาจไม่เรื่องแปลกและไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไรนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้คำว่ากาละเทศะด้วย10.ทำตัวเป็นโทรโข่ง การคุยเล่นเพื่อผ่อนคลายในระยะเวลาสั้นๆ จากงานที่ตึงเครียด ก็ย่อมพออนุโลมได้ แต่ถ้าหากเสียงที่เกิดขึ้น ดันเป็นเสียงเพลงจากลำโพง เสียงหัวเราะพูดคุยหยอกล้อกันตลอดทั้งวัน ย่อมก่อให้เกิดการทำลายสมาธิในการทำงานของเพื่อนร่วมงานได้11.ชีพจรลงเท้า จะมีพนักงานบางพวกที่ชอบเดินไปคุยกับคนนู้นทีคนนี้ที เดินไปหากันแบบข้ามแผนก แล้วยืนเม้าท์กันแบบนานเกินเหตุ12.เคลมทุกอย่างเป็นผลงานตัวเอง เคยไหมที่ทำงานแทบตายแบบถวายหัว แต่สุดท้ายโดนเพื่อนร่วมงานขโมยเครดิตไปเสียอย่างนั้น

🎯 เคล็ดลับ สอนพนักงานใหม่ให้เรียนรู้และเป็นงานเร็ว 🎯

🌈 เตรียมแผนการสอนงาน ผู้สอนต้องมีแผนการสอนที่สามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น เอกสาร หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการสอนพนักงานใหม่การเตรียมแผนการสอน ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดแผนการสอนงานที่ดีเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ตัวผู้สอนเองได้ทบทวนความรู้ 🌈 ต้องมีเวลาสอนอย่างเต็มที่ ผู้สอนต้องมีเวลาในการสอนงานอย่างเต็มที่ อย่าอ้างว่างานยุ่งมากจนไม่มีเวลามาสอนให้ หากเป็นเช่นนั้น การที่เราจะได้พนักงานใหม่ที่ทำงานเป็นเร็วก็ต้องยืดเวลาออกไปอีก 🌈 อย่าคิดว่าทำเองแล้วจะเร็วกว่า “ทำเองเร็วกว่าตั้งเยอะ” หากผู้สอนยังคงมีความคิดเช่นนี้อยู่ การที่พนักงานจะได้รับความรู้ และทำงานเองได้เร็วก็คงจะเป็นเรื่องยากเพราะพนักงานคนนั้นก็จะไม่ได้ทำงานเองจริง ๆ เสียที ไม่ได้ทดลองแก้ปัญหา หรือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยตัวเองจริง ๆ 🌈 ใจเย็นและให้โอกาส ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พนักงานใหม่มักจะสร้างความผิดพลาด เมื่อต้องทำงานเองเป็นครั้งแรก คุณควรที่จะมีความใจเย็น บางครั้งเราอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเขาไม่สามารถทำตาม หรือเข้าใจในส่ิงที่เราพูดได้ บางครั้งอาจจะทำได้ช้ากว่าที่คาดหวังไว้ ผู้สอนต้องให้โอกาส ลดความคาดหวังให้น้อยลงสักนิด 😊😊

ทำอย่างไรดี เมื่อลูกน้องมีปัญหา?

1.พูดคุยกันเมื่อทำผิด ในฐานะหัวหน้างานควรหาโอกาสเข้าไปพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ควรแสดงออกว่าคุณต้องการว่ากล่าวตักเตือนเพียงอย่างเดียวควรแสดงเจตนาว่าต้องการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น2.เริ่มต้นอย่างนุ่มนวล ควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคุณอาจจะให้สัญญาณว่า กำลังจะเริ่มต้นพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องลำบากใจที่จะพูดถึงแต่คุณก็จำเป็นต้องพูด เพื่อหาแนวทางแก้ไข3.ชี้ให้เห็นผลดีเมื่อแก้ปัญหาสำเร็จ วิธีพูดคุยที่ดีที่สุดคือการพูดอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย ไม่ต้องอ้อมค้อม โดยบอกลูกน้องว่าหากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จะส่งผลดีอย่างไรต่อตัวเขาและองค์กร4.ทำข้อตกลงในการปรับปรุงตน เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว ควรกำหนดระยะเวลาในการปรับปรุงตน อาจเริ่มตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไปจนถึงระยะเวลาเท่าใดให้ลูกน้องเป็นผู้กำหนดกรอบเวลาด้วยตนเอ5.ติดตามผล เมื่อถึงเวลาการประเมินผล คุณอาจพบว่าบางปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข อาจเป็นเพราะยังแก้ไม่ถูกจุด คุณอาจต้องลองวิเคราะห์ปัญหาดูอีกครั้งและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

💡 สาเหตุที่ลูกน้องไม่ยอมรับเป็นเพราะอะไร มาดูกัน 💡

👉คุณคิดเล็กคิดน้อย หยุมหยิมเกินไปหรือเปล่า เช่น ลูกน้องลาป่วยก็จ้องจับผิดว่าป่วยจริงหรือเปล่า ถึงแม้จะรู้ว่าลูกน้องป่วยการเมือง ก็แกล้งทำเป็นเฉย ๆ บ้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกว่ารู้ทันลูกน้องไปเสียทุกอย่าง👉ปล่อยปละละเลยลูกน้องเกินไปหรือเปล่า บางทีก็เป็นเรื่องของความพอดีไม่จู้จี้มากไป และไม่ยืดหยุ่นจนขาดวินัย หัวหน้าที่ดีต้องช่างสังเกต รู้ว่าแต่ละคนในทีมกำลังทำอะไรอยู่👉ห่างเหินลูกน้องเกินไปหรือเปล่า หัวหน้าที่คลุกคลีกับลูกน้องอยู่เสมอจะเกิดความสนิทสนมและลูกน้องเกิดความไว้วางใจ แล้วคุณเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า👉 หูเบาหรือเปล่า ลูกน้องที่ชอบประจบเจ้านายมีอยู่ไม่น้อย และการแก่งแย่งชิงดีเพื่อเป็นที่รักของเจ้านายก็พบเห็นได้อยู่บ่อย ๆ ในฐานะหัวหน้าคุณต้องวางตัวเป็นกลาง มีความยุติธรรม ไม่รักลูกน้องคนไหนมากเป็นพิเศษ👉เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกน้องหรือเปล่า หากคุณไม่ทำตัวให้น่านับถือ การแต่งตัว การวางตัว ดูไม่เป็นมืออาชีพเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ไม่ฟังลูกน้องใครที่ร่วมงานด้วยย่อมอึดอัด คุณควรปรับปรุงตัวเป็นแบบอย่างที่ดี และสร้างบรรยากาศการทำงานให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น 😊😊

🏆 7 กลยุทธ์ทำงานหลายโปรเจกต์พร้อมกันอย่างไรให้ปัง 🏆

✔️ เริ่มวางแผน เมื่อต้องทำงานหลายโปรเจกต์พร้อมกันยิ่งต้องเพิ่งการวางแผนให้ดีกว่าเดิม เริ่มจากการประเมิณสถานการณ์เบื้องต้น เช่น ต้องทำอะไรบ้าง ต้องใช้ระยะเวลาในการทำเท่าไร ต้องใช้คนกี่คน✔️ จัดลำดับความสำคัญของงาน กำหนด task ที่จะต้องทำในแต่ละโปรเจกต์ พร้อมประเมิณความสำคัญของแต่ละ task แล้วเริ่มวางแผนทำ task ที่มีความจำเป็นและสร้างผลกระทบในงานแต่ละโปรเจกต์นั้น ๆ และมอบหมายงาน✔️ ใช้เครื่องมือจัดการงานโปรเจกต์แบบออนไลน์ เครื่องมือจัดการงานโปรเจกต์แบบออนไลน์ที่เป็นตัวช่วยชั้นดีให้คุณสามารถบริหารโปรเจกต์ที่มีมากมายอยู่ในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพพราะคุณและทีมสามารถเห็นภาพรวมของโปรเจกต์ได้แบบ real time และทุกคนในโปรเจกต์มองเห็นภาพรวมเดียวกัน✔️ หมั่นรีวิวและปรับแผนอยู่เสมอ จัดประชุมเพื่อรีวิวระหว่างทำงานแต่ละโปรเจกต์อยู่เสมอ เพื่อเช็กว่าการทำงานในโปรเจกต์ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ และเป็นการรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำงาน✔️ รู้จักกระจายความรับผิดชอบ เพราะคุณมีงานหลายอย่างที่จะต้องทำ มีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องตัดสินใจในการทำโปรเจกต์แต่ละโปรเจกต์✔️ โฟกัสกับงานที่ทำอยู่เสมอ หลาย ๆ ครั้งคุณอาจจะหลุดโฟกัสทำให้ทำงานพลาดได้ง่าย ๆ และนอกจากการจัดเรียงความสำคัญแล้ว การโฟกัสในงานที่ทำอยู่ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรละเลย✔️ สื่อสารกับทีมงานอยู่เสมอ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างคนในทีมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การทำงานดำเนินไปได้ด้วยดี และประสบความสำเร็จได้ 😊😊

8 ทักษะเด็ดๆ ที่จะช่วยให้เด็กจบใหม่ ไม่ว่างงาน

มีทัศนคติเชิงบวก เป็นสิ่งที่องค์กรต้องการเป็นอย่างมากนื่องจากคนเหล่านั้นจะมีแต่ความคิดแง่ดี มองโลกในแง่ดี มีไหวพริบในการแก้ปัญหาได้ดี และรวดเร็ว การสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือสถานการณ์ขับขันที่เราจะต้องแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งภายในระยะเวลาที่รวดเร็วหากเราสามารถผ่านไปได้ จะแสดงถึงความมีสติ ความรอบรู้ หรือแม้แต่ความเป็นผู้นำ3.มีความอดทน เด็กยุคใหม่อาจถูกตีตราว่าเป็นคนยุคที่มีความอดทนต่ำ ไม่มีความอดทนอดกลั้น เจอเหตุการณ์อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่ทันใจก็จะเลิกล้มไป ไม่ทำ หรือลาออก4.ต้องมีความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ทุกองค์กร ทุกคนต้องการ พร้อมที่จะเรียนรู้ พัฒนาจากสิ่งที่พลาดพลั้ง และตั้งใจ มุ่งมั่น และความสำเร็จอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนทั่วไป5.มีความสามารถที่หลากหลาย การมีความสามารถที่หลากหลายนั้นทำให้เราเป็นเหมือนทรัพยากรที่มีค่ากับองค์กรมากขึ้น และอีกทางหนึ่งก็อาจจะเป็นคนที่พัฒนาองค์กรได้ถูกทิศถูกทางขึ้นด้วย6.สามารถปรับตัวให้เข้ากับองค์กรได้ดี วัฒนธรรมองค์กรที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในที่ทำงาน7.ความสามารถในด้านภาษา/ คอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ในงานปัจจุบัน ซึ่งทักษะภาษาอังกฤษนั้นยังเป็นทักษะทางภาษาอันดับ 1 ที่องค์กรต้องการ และทักษะทางคอมพิวเตอร์ แค่โปรแกรมMicrosoft office คงยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีทักษะโปรแกรมอื่น ๆ เพิ่มเติม8.มีความรู้ความสามารถพื้นฐานในสายงานที่เกี่ยวข้อง แต่ละสายงานต้องการทักษะที่แตกต่างกัน เพื่อการทำงานที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ